2007/Oct/17

 หวาดดีค่าทุกคน หลังจากห่างเหินจากการอัพบลอคมานาน ก็ได้ฤกษ์อัพซะดี ก็ขออัพเรื่องดีๆเลยละกัน

    วันที่ 16 ต.ค.เป็นวันเกิดของเอ๋ยกะยีนก็ขอ  Happy Birthday นะจ๊ะเพื่อนรักทั้งสอง เนื่องจากวันนี้เปนวันดีเพชรเลยได้มีโอกาสไปทำบุญเก้าวัด โดยมีเพื่อนร่วมชะตากรรมได้แก่ เอ๋ย ไอซ์ อาร์ม ต่อ และก็อาปอม (คนนี้ต้องขอบคุณเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นไกด์ทัวร์ให้เรา แถมยังเลี้ยงข้าวอีกต่างหาก ขอบคุณจริงๆค่ะ) พวกเรานัดเจอกันที่หน้าโลตัส พอทุกคนมากันครบก็ขึ้นรถไฟใต้ดินไปลงหัวลำโพง (ตอนแรกตั้งใจว่าจะต่อแท็กซี่ไปวัดกัน)แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์กลับตาลปัตรขึ้น เมื่ออาปอมเห็นป้ายทางไปเยาวราช ก็เกิดอยากกินอาหารเจซะอย่างนั้น คณะลูกทัวร์จึงต้องเดินตามอย่างปฏิเสธมิได้ เหอะๆยังเดินไม่ถึงเยาวราชเลย อาปอมก็เลี้ยวเข้าร้านบะหมี่เกี๊ยวซะงั้น (ทุกๆสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้จริงๆ) แล้วเพชรก็ได้กินเกี๊ยวกุ้งทอดกรอบกะขนมจีบกุ้ง (อร่อยเหมือนกันนะจะบอกให้) หลังจากอิ่มแล้วก็ขึ้นรถเมล์สาย 25 ไปลงตรงวัดพระแก้ว แล้วก็เดินย้อนไปศาลหลักเมืองซึ่งเราจะนับเป็นวัดแรกแล้วนะ เมื่อไปถึงคณะทัวร์ของเราก็ซื้อเครื่องสักการะ ไหว้องค์หลักเมืองด้านนอกและผูกผ้า&ปิดทอง
เสร็จแล้วก็เข้าไปไหว้องค์จริงด้านใน พอไหว้เสร็จก็เติมน้ำมันพระประจำวันเกิด

แล้วเราก็ได้ถ่ายรูปร่วมกันที่ศาลหลักเมือง

   แล้วเราก็เดินทางไปวัดที่ 2 นั่นก็คือ วัดพระแก้ว กว่าจะเดินกลับไปถึงก็เล่นเอาซะหมดแรงเลย พอเข้าไปก็เกิดอุปสรรคขึ้นทันทีเนื่องจากต่อใส่กางเกงสี่ส่วนไป คุณเจ้าหน้าที่ก็เลยไม่ให้เข้า แต่ถ้าจะเข้าต้องเสียค่าเครื่องแต่งกาย 120 บาท ทางคณะทัวร์ของเราจึงมีความเห็นว่า "ไหว้ข้างนอกก็ได้" และก็ถ่ายรูปกันนิดหน่อย

             

    แล้วเราก็เดินทางไปวัดที่ 3 กันต่อ (ย้ำ!!ว่าเดินกันจริงๆ)

            

    ตอนแรกอาปอมชวนนั่งรถ แต่อาร์มบอกว่า เดินดีกว่า แปปเดียวเอง แต่พอเดินเข้าจริงๆมันไม่ใกล้เลย จึงไม่แปลกที่จะได้ยินเสียงอาปอมด่าอาร์มเป็นระยะๆ ในระหว่างการเดินทาง 55+ เมื่อเราเดินมาถึงวัดโพธิ์ก็ไปไหว้พระอังคาร และก็เข้าไปไหว้&ถ่ายรูปพระพุทธไสยาสน์ในโบสถ์ เสร็จแล้วเราก็เดินไปท่าเรือเพื่อข้ามไปฝั่งธนฯ(อยากบอกว่าโป๊ะเรือมันก็ช่างโยกไปโยกมาเรียกความเสียวได้ดีจริงๆ)

            

    ภาพนี้ถ่ายได้ตอนนั่งเรือข้ามฟากไปฝั่งธนบุรี สวยเนอะ

       เมื่อนั่งเรือข้ามฟากแล้วเราก็มาถึงวัดที่ 4 นั่นก็คือ วัดอรุณฯ ก่อนไหว้พระก็ไปถ่ายรูปกับยักษ์วัดแจ้ง

            

         หลังจากนั้นการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ก็มาถึง เพราะลูกทัวร์ทุกคนต้องเดินขึ้นไปบนพระปรางค์ (งานนี้ไกด์
ทัวร์ของเราขอ Bye เพราะขึ้นไม่ไหวจริงๆ) แล้วอยากจะบอกว่า บันไดพระปรางค์วัดอรุณฯ ขั้นแรกๆก็โอเคอยู่หรอก แต่พอยิ่งสูงบันไดมันก็สูงเพิ่มขึ้นไปด้วย แถมยังชันอีกต่างหาก บรื๋อ!!!! กางเกงที่ใส่ไปก็ขายาวทำให้การขึ้นลำบากยิ่งเข้าไปอีก (มันเป็นอะไรที่ท้าทายจริงๆ) ณ วินาทีนั้นบอกได้คำเดียวว่าถ้าก้าวพลาดหรือลื่นคงได้ตกพระปรางค์วัดอรุณฯตายแน่ๆ แล้วจะไม่ได้ตายคนเดียวด้วย คนที่อยู่ข้างหลังเราทั้งหมดรับรอง ไม่มีเหลือ !! และอีกอย่างที่รับประกัน คือ ตกลงไปแล้วศพไม่สวยแน่นอน สูง & ชัน ซะขนาดนั้น แต่ในเมื่อความพยายามของพวกเรามีมากพอจึงได้ไปยืนอยู่ด้านบนสุดของพระปรางค์ได้ (เก่งจริงๆ) เมื่อขึ้นไปถึงก็ได้ถ่ายรูปเป็นภาพที่สวยงามมาก

    

 และก็ได้ถ่ายเล่นกันเองด้วย ว่าเราได้มาถึงพระปรางค์วัดอรุณฯแล้ว

  

     แต่ก็เพชรสามารถเห็นได้ชัดเลยนะว่าในรอยยิ้มของเพื่อนได้แฝงความกังวลอันร้ายแรงว่า " จะลงยังไงกันวะ" ยิ่งตอนลงนี่แค่มองลงไปก็ขาสั่นกันแล้ว น่ากลัวมากกกก แต่พอถึงเวลาลงจริงๆกลับไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะมองแค่ขั้นบันไดที่เราต้องก้าวต่อไป ถ้าขืนให้มองลงไปข้างล่างเลยมีหวังไม่ได้ลงเพราะขาสั่น เมื่อเราลงมาถึงใกล้ด้านล่างก็ถ่ายรูปกันที่ขั้นบันได

         

   อ้อ ! รูปที่ถ่ายกันด้านบน ยังมีอีกรูปนึง

        

   พอลงมาถึงพื้นด้านล่างปุ๊บก็ได้แต่รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองสามารถขึ้นไปบนจุดสูงสุดของพระปรางค์วัดอรุณฯได้^^แล้วคณะทัวร์ของเราก็รีบเดินทางไปวัดต่อไป ระหว่างเดินหารถตุ๊กตุ๊กเจอกระเป๋าตังค์ 4 angies ด้วย อยากได้เหมือนกันนะ แต่ตอนนี้ช็อตเรื่องเงินจริงๆ ไว้ก่อนก็ได้เนอะ พอเจอตุ๊กตุ๊กก็ไปวัดที่ 5 ได้แก่ วัดกัลยาณมิตร พอเข้าไปนะรู้สึกว่า ไม่เหมือนที่จะเป็น 1 ใน 9 วัดเลย หรืออาจจะเป็นเพราะเขาซ่อมแซมโบสถ์อยู่ก็ได้เลยทำให้เพชรรู้สึกไปแบบนั้น แต่ก็ไม่เป็นไรใจเราศรัทธาที่ไหว้ก็พอ (ใช่มั๊ย?) วัดนี้เราต้องใช้ธูป 11 ดอก และเทียนแดง 1 คู่ ต้องปักธูปรอบทิศเลยอ่ะ และก็ได้เข้าไปไหว้พระในโบสถ์ (เสี่ยงเซียมซีด้วยได้เลข 22) แล้วอธิษฐานอะไรบางอย่างนิดหน่อยด้วยการโยนอะไรก็ไม่รู้ที่ให้มันคว่ำกับหงายอ่ะ รอบแรกแห้ว แต่รอบสองได้ซะงั้น เสร็จแล้วเราก็เดินทางไปวัดที่ 6 กันต่อได้แก่ วัดระฆังฯ พอเข้าไปในโบสถ์ เพชรก็ไปนั่งท่องคาถาชินบัญชร เป็นคาถาที่ท่องยากจริงๆ หลังจากนั้นก็ไปเคาะระฆังกันต่อ (เล่นเอาหูอื้อกันเลยทีเดียว)เสร็จแล้วก็ซื้อปลาไหลมาปล่อย 9 ตัว (เค้าบอกกันว่าปล่อยปลาไหลจะทำให้การเรียน การงาน การเงินไหลลื่นดี) แล้วเพชรก็ให้อาหารปลาด้วย ซึ่งตอนให้ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าโยนขนมปังให้ปลาหรือนกกันแน่ เนื่องจากตรงนั้นมีนกพิราบเยอะมาก บางทีตอปาขนมปังให้ปลา อาจมีนกมาคาบตัดหน้าไปก็ได้ พอทุกอย่างเสร็จคณะทัวร์ของเราก็นั่งเรือข้ามฟากกลับมาที่ท่าช้าง

  

     รูปนี้ถ่ายตอนรอเรือมารับกลับไปท่าช้าง 

   

 ส่วนรูปนี้ถ่ายตอนอยู่บนเรือ เห็นวัดโพธิ์ด้วย

     เมื่อมาถึงที่ท่าช้างแล้วก็นั่งตุ๊กตุ๊กไปต่อที่วัดที่ 7 นั่นคือ วัดชนะสงคราม ไปถึงก็เข้าไปไหว้พระในโบสถ์ และก็บริเวณรอบๆโบสถ์ด้วย เสร็จแล้วก็เดินออกมาเลย เพราะเวลาเริ่มไม่ทันแล้ว คณะทัวร์ของเราก็นั่ง taxi ไปวัดที่ 8

      
 อยู่บนรถแท็กซี่เป็นอะไรที่เบียดกันมากมาย ไม่เชื่อดูรูปได้

      และวัดที่ 8 ของเราก็คือ วัดสุทัศน์ รู้สึกว่าลูกทัวร์ทุกคนจะคุ้นเคยกับวัดนี้ดี (ก็เคยมาทำรายงานกันครั้งนึงแล้วนี่หน่า) เพชรก็ซื้อดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้พระ และก็ลองเสี่ยงเซียมซีอีกครั้ง (ได้เลข 22 อีกแล้ว) คำทำนายก็คล้ายกับวัดกัลยาฯเลย และเพชรก็เข้าไปไหว้พระ & นั่งสมาธิในโบสถ์ เสร็จแล้วก็ออกมาถ่ายรูปด้านนอก

        

       

   และเราก็เดินทางไปวัดที่ 9 วัดสระเกศ (สุดท้ายแล้วววว) เย้ เย้ ! พอไปถึงก็ตรงไปที่บรมบรรพต หรือ เจดีย์ภูเขาทองทันที ก่อนเดินขึ้นเราก็รวมพลังกันก่อน

        

   ตอนขึ้นนะ แรกๆก็ speed กันดีหรอก แต่พอเดินไปเรื่อยๆก็เริ่มเหนื่อย แล้วพอขึ้นไปถึงเจดีย์ภูเขาทองบอกได้คำเดียวจริงๆว่า คุ้มมากๆ กับความเหนื่อย วิวข้างบนสวยมากๆเลย ก็เลยขอถ่ายรูปกันซะหน่อย

          
    ถ่ายคู่กับเอ๋ย (ผู้เป็นเจ้าของวันเกิด)

         

       เอ้อ ! ลืมบอกว่าก่อนขึ้นไปถึงเจดีย์เค้ามีให้บริจาคทางไปสวรรค์ด้วยนะ ไม่น่าเชื่อว่าพอขึ้นไปแล้วก็เหมือนสวรรค์จริงๆ พอไหว้กันเรียบร้อยแล้วก็วิ่งกันลงมาเพื่อแข่งกับเวลา ยังมีการแวะตีระฆังตามทางอีก และก็ถ่ายรูปกันอีกนิดหน่อยตอนที่อยู่ตรงบันได

         

   มีอะไรมาบอกอีกอย่างว่า คณะลูกทัวร์ของเราได้ปฏิบัติตามกฎการขึ้นอย่างเคร่งครัด บันไดที่เค้ามีลูกศรลง เราก็เดินขึ้น แล้วบันไดที่มีลูกศรให้ขึ้น เราก็ใช้เดินลง ช่างเป็นคนที่เข้าใจอะไรเหมือนกับชาวบ้านเค้าจริงๆ เมื่อลงมาถึงแต่ละคนก็เริ่มหมดสภาพ เนื่องจากเดินมา 9 วัดแล้ว แรงก็เริ่มหมด ไกด์ทัวร์ก็เลยพาพวกเราไปเซ็นทรัลเวิลดิ์ เพื่อไปเจอปู่ของไอซ์ แล้วดี๊ก็เลี้ยง MOSBURGER คณะลูกทัวร์ทุกคน แต่ละคนกินได้ดูดีมากบางคนกินแล้วก็เละ มายองเนสทะลักบ้างก็มี ผักยื่นออกมามากไปจนต้องดึงออกกันก็มี แต่ละคนต้องเตรียมกระดาษทิชชูติดมือกันเลยทีเดียว เพราะมันเป็นอะไรที่กินแล้วเลอะได้ใจจริงๆ พออิ่มแล้วก็ไปซื้อเค้กมาอีก แล้วก็เดินไปอิเซตัน ไอซ์กะอาร์มก็ซื้อไอติมมาอีก (ที่ซื้อนี่ก็เพราะว่ายามะพีเป็นพรีเซนเตอร์) จริงๆเลยเพื่อนช้านนนนนนนนน พอถึงเวลากิน เพชรก็เฝ้าเค้กแล้วก็กินจนหมดกล่องเลย มันอร่อยจริงๆนะ และก็ยังโดนเอ๋ยยัดเยียดไอติม ช็อกโกแลตที่แสนขมให้กินอีก แล้วทุกๆคนก็เซอร์ไพร์สเอ๋ยด้วยการลงไปซื้อของขวัญมาให้โดยอ้างว่าไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งหายกันไปเกือบชั่วโมงถึงได้ของขวัญ ของขวัญที่ให้เอ๋ยก็คือ เสื้อที่สกรีนชื่อเอ๋ยโดยที่ตัว Y เป็นตัวใหญ่ แล้วก็มีมงกุฏอยู่บนชื่อเอ๋ย ด้านหลังก็เป็นเลข 17 นั่นก็คือ อายุเอ๋ยนั่นเอง

         - อยากขอบคุณไอซ์ เอ๋ย อาร์ม ต่อ และก็อาปอมนะคะที่ทำให้ฝันของเพชรเป็นจริง อยากทำบุญ 9 วัดมานานแล้ว

         - อยากขอบคุณอาปอมอีกครั้งที่เป็นไกด์ทัวร์ให้ แถมยังเลี้ยงข้าว เลี้ยงน้ำ และก็ค่ารถอีก ขอบคุณจริงๆนะคะ *_* ซึ้งๆๆๆๆ

         - ขอบคุณดี๊ (ปู่ของไอซ์) นะคะที่เลี้ยง MOSBURGER ที่แสนอร่อย เป็นอาหารกลางวันที่ช่วยประทังความหิวได้ดีมากเลยค่ะฃ

 

                  สุดท้ายนี้อยากบอกเพื่อนๆว่า วันนี้เพชรอิ่มบุญมากเลยนะ และก็มีความสุขมากๆด้วยที่ได้มาทำบุญร่วมกับเพื่อนๆ (ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความสุขบนความทรมานของร่างกายก็ตามเถอะ) และก็หวังว่าเราคงมีโอกาสได้เที่ยวด้วยกันแบบนี้อีกนะ ^_^